Suzumiya Haruhi No Yuuutsu Special Edition
EP 01
ชีวิตนักเรียนม.ปลายที่ดูเหมือนจะธรรมดา แต่ไม่ธรรมดาของผมก็ดำเนินไปอย่างปกติเหมือนกับที่มันเคยเป็น เช้าเข้าเรียน พักเที่ยงกินข้าวหมดเวลาเรียนก็เดินมานั่งที่ห้องชมรมแล้วก็นั่งจุมปุ่กอยู่ที่นั่นพร้อมกับภวนาในใจว่าวันนี้อย่าให้ฮารุฮิทำอะไรแผลง ๆด้วยเถอะ
ชีวิตของผมเป็นแบบนี้มากว่า 3 เดือนแล้วจนผมรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องปกติธรรมชาติพอ ๆ กับการตื่นนอนก็ต้องล้างหน้าแปรงฟันก็ไม่ปานผมนั่งอยู่ในห้องชมรมตามปกติอากาศในห้องค่อนข้างจะร้อนอบอ้าวพอสมควร ก็ไม่น่าแปลกใจเพราะนี่มันก็ฤดูร้อนแล้ว แต่ทว่าแบบนี้มันก็เกินไปนะมันชักจะเริ่มเห็นด้วยกับฮารุฮินิด ๆ กับการที่จะติดแอร์ในห้องนี้ แต่ว่าถ้าผมเออออห่อหมกกับเธอละก็มีหวังเธอได้ไปขู่กรรโชกหรือแบล็กเมลใครเขาอีกแน่ ๆ และที่สำคัญผมสงสารอาซาฮินะซังที่ต้องมารับเคราะห์กับเรื่องพวกนี้ เพราะงั้นถึงต้องทนใช้พัดลมมือถือก็ยังสุขใจกว่าล่ะนะ
แต่ถึงอากาศจะร้อนอบอ้าวยังไง นางาโต้ ก็ยังคงนั่งอ่านหนังสืออยู่เงียบ ๆ ณ ที่ตำแหน่งเดิมในห้องชมรมนี้อย่างกับตุ๊กตาประดับห้องที่ไม่รู้ร้อนหนาว แหม ผมล่ะอิจฉาเธอซะจริงถ้าหากผมเป็นได้อย่างเธอก็คงดีไม่น้อยทีเดียว ตรงกันข้ามผมกลับสงสารอาซาฮินะซังที่กำลังทำหน้าทีชงชาให้พวกผมเป็นประจำเสียเหลือเกิน ก็เพราะทั้ง ๆ ที่อากาศในห้องร้อนปานห้องอบซาวหน้า แต่เธอก็ยังต้องใส่ชุดเมดที่ฮารุฮิบังคับให้ใส่อยู่ทุกวี่ทุกวัน แต่ถึงจะเป็นอย่างเธอก็ไม่เคยปริปากบ่นเลย น่ายกย่องจริง ๆ รุ่นพี่มิคุรุ
ส่วนโคอิสุมิที่นั่งยิ้มแป้นอยู่ตรงหน้าผมขณะนี้ผมไม่สนหรอกว่าเขาจะร้อนหรือหนาว แต่ผมสนการ์ดบนมือเขาที่จะทิ้งลงมาใบต่อไปซะมากกว่า ทำไมกันนะผมว่าหมอนี่ก็ทำหน้าแบบนี้ประจำ ๆ แท้ ๆ แต่ทำวันนี้ผมกลับรู้สึกหงุดหงิดหน่อย ๆ กับใบหน้าแบบนี้ของเขาก็ไม่รู้
"เชิญค่ะ"
ระหว่างที่ผมกำลังเคร่งเครียดกับการเลือกการ์ดบนมือ ฮาซาฮินะซังก็เอามุกิชาที่เพิ่งชงเสร็จใหม่ ๆ มาวางให้กับผมก่อนจะส่งอีกแก้วหนึ่งให้โคอิสึมิที่นั่งยิ้มระรื่นอยู่ตรงข้ามกับผม อ่า~ หน้าร้อนนี่มุกิชาเย็น ๆ นี่แหละดีที่สุด ผมกระดกมุกิชาลงคอพร้อมความรู้สึกขอบคุณผู้ที่ชงมันอยู่ในใจ เวลาที่ฮารุฮิไม่อยู่ ห้องนี้ก็ช่างเงียบสงบอะไรอย่างงี้นะ แต่เอ๊ะ? ถ้าหากผมคิดแบบนี้ทีไรมันจะ......
ปึ้ง!!!!!
"ยะโฮ่! ขอโทษที่มาช้านะทุกคน"
นี่ถ้าผมกำลังวาดวิมาณ ก็คงเรียกได้ว่าวิมาณล่มแบบเฉียบพลันล่ะมั้ง ไม่รู้ว่าไอ้ความคิดนี้ของผมจะเป็นกุญแจในการเรียกให้เธอปรากฏตัวหรือไงกันฮารุฮิ
"ทุกคนดูนี่สิ!!"
ฮารุฮิที่เปิดประตูเข้ามาอย่างไม่ถนุถนอมสภาพประตู โชว์กล่องไม้กล่องขนาดกว้างประมาณ30 เซ็น และสูงประมาณ 8 เซ็น ที่อยู่ในมือข้างขวาของเธอพร้อมใบหน้ายิ้มระรื่น ไม่เอาน่าอย่ายิ้มแบบนั้นเลยขอร้องล่ะ เวลาเธอยิ้มแบบนั้นทีไรสังหรณ์ใจไม่ดีเลยเพราะมันแสดงว่าเธอกำลังคิดอะไรแผลง ๆ อยู่แน่ ๆ
"อะไรของเธออีกล่ะนั่น?"
ผมถามฮารุฮิที่กำลังเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับวางกล่องไม้ใบใหญ่ลงตรงกลางโต๊ะที่อยู่ตรงหน้าผม โดยไม่ได้สนใจกระดานการ์ดเกมที่ผมกำลังเล่นกับโคอิสุมิเลย แม้แต่น้อย ยังไงก็ต้องขอบใจเธอนิด ๆ เพราะเธอทำให้เกมนี้ล้มไปก่อนที่ผมจะแพ้ยับเยิน แต่ถึงแบบนั้นก็ไม่อยากขอบใจเธอเลยเพราะเธอกำลังจะนำเรื่องยุ่งยากว่านั้นมาให้
"ฉันไปเอามาจากร้านขายของเก่าในเมือง"
ไปเอามาโดยใช้วิธีไหนเหรอแม่นางฮารุฮิ?
"คนขายเขาบอกว่ามันเป็มเกมอาถรรพย์ ผู้คนที่เล่นเกมนี้พวกเขาหายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอยจนปัจจุบันนี้ก็ยังหาตัวคนเหล่านั้นไม่พบ"
"แล้วเธอเอาไอ้นี่มาทำไมล่ะ?"
"มันก็แน่นอนอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ? เราก็จะไขปริศนานั้นกันไงล่ะ!! ถ้าเราไขปริศนาของคดีนี้ได้ กองพันSOSของเราจะต้องโด่งดังแน่นอน"
อ่า~ ดูเหมือนว่าต่อให้เอาแมมมอธมาฉุดก็คงยื้อเธอไว้ไม่ได้ซะแล้วแหะ สุดท้ายลองฮารุฮิตัดสินใจแล้วละก็คงหยุดได้ยากซะแล้ว และดูสายตาคุณเธอตอนนี้มันก็บ่งบอกชัดเจนเลยว่า สมาชิกทุกคนที่อยู่ ณ ที่แห่งนี้ก็ต้องเข้าร่วมโดยไม่มีข้อกังขาใด ๆ สุดท้ายผมก็ต้องปล่อยเลยตามเลย
บอกตามตรง ผมไม่คิดว่าเกมอาถรรพย์อะไรที่ฮารุฮิว่ามาเนี้ยมันจะเป็นของจริงเลยซักกะติ๊ด อาจเป็นเพราะไอ้ลายสลักบนกล่องมันชวนขนลุกขนพองซะจนไม่มีใครอยากซื้อซะมากกว่าก็เลยเก็บเอาไว้จนเก่าฝุ่นจับหนาเตอะ ก็เลยดูเป็นของเก่าเป็นพัน ๆ ปีทั้งที่จริง ๆ อายุอานามมันอาจจะแค่ 3 ปีก็เป็นได้ เธอโดนต้มซะแล้วล่ะมั้งฮารุฮิ
แต่ถึงผมจะคิดแบบนั้น ผมก็ไม่กล้าพูดออกไป เพราะยังไงผมก็ยังไม่อยากเจ็บตัวด้วยบาทาเหินหาวอันเลื่องลือของเจ้าหล่อน และถ้าหากว่าเธอโดนต้มจริง ๆ เดี๋ยวผลมันก็ปรากฏเองและทุกอย่างก็คงจบลงไปเอง ทว่าเจ้าของร้านที่ฮารุฮิไปเอาเจ้านี่มาด้วยวิธีการใด ๆ ก็ตามของเจ้าหล่อน คงชะตาขาดแหง ๆ ผมคิดเช่นนั้นในขณะที่สมาชิกทุกคนมาล้อมวงรอบ ๆ กล่องไม้ใบนั้น ฮารุฮิเปิดฝากล่องที่ดูเก่าคร่ำคร่านั่นออก แล้วสิ่งผิดปกติก็เกิดขึ้น
แสงสว่างวาบทำเอาผมต้องรีบหลับตาลงโดยอัตโนมัติตามระบบป้องกันตัวเองของดวงตา ไอ้กล่องนี้มันใส่แฟลชบอมไว้หรือไงกันนะ?แสงที่สว่างจ้าทำเอาผมตาพร่าไปชั่วขณะ ผมสะบัดหน้าพร้อมกระพริบตาเล็กน้อยก่อนจะหลับตาลงอีกครั้งเพิ่งปรับสภาพดวงตาของผมให้กลับเป็นปกติผมกวาดสายตามองไปรอบ ๆ พบว่าห้องชมรมอันร้อนอบอ้าวที่ผมยืนอยู่ตะกี้มันได้หายไปแล้ว ที่นี่มันมืดชะมัดมองไม่เห็นคนอื่นเลย แต่เอ๊ะ ทำไมผมถึงมองเห็นตัวเองได้อยู่ล่ะ ถ้าอยู่ในความมืดจริงมันต้องไม่เห็นอะไรสิ
"นี่ ฮารุฮิ! นางาโต้!อาซาฮินะซัง!"
ผมตะโกนเรียกชื่อพวกเธอทั้ง 3 ออกไปดังภายในความมืดนี้แต่ก็ไม่มีเสียงตอบอะไรกลับมาเลย ช่วงเวลานั้น แสงทรงกลม ๆ ก็มาปรากฏขึ้นที่เบื้องหน้าผม นี่มันอะไรกันเนี่ย!!?
"ยินดีต้อนรับสู่เกมซากูว่า ท่านผู้กล้าพร้อมที่จะรับการท้าทายหรือยัง?"
บอลแสงลูกนั้นพูดกับผม แบบนั้น
"แกเป็นใคร?"
ผมไม่อยู่ในอารมณ์ที่จะใจเย็นได้อีกจึงถามออกไปอย่างห้วน ๆ พร้อมกับจ้องเขม่งไปยังไอ้บอลแสงพูดได้นั่น
"ผมก็คือที่คอยทำหน้าทีอธิบายกฏต่าง ๆ ของเกมนี้ให้กับผู้เล่นทราบ"
เรื่องอัศจรรย์พันลึกบังเกิดกับผมอีกแล้ว ดูท่าว่าไอ้ที่ผมคิดเมื่อก่อนหน้านี้จะถูกขยี้เป็นผงไปอีกจนได้ เพราะไอ้เกมอาถรรพย์อันนี้ดูท่าจะเป็นของจริงเสียแล้วแล้วแบบนี้ผมจะทำยังไงดีเนี้ย?
"ที่นี่คือที่ไหน?"
"ภายในเกม ซากุว่า ถ้าหากเปิดกล่องแล้วก็เท่ากับว่าเกมได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว"
ไม่ตลกเลยนะ นี่ฉันกำลังอยู่ในกล่องไม้ทรงน่ากลัวนั่นหรือเนี้ย?
"แล้วฉันจะออกไปจากทีนี้ได้ยังไง?"
"ต้องพิชิตด่านทั้ง 8 และบอสทั้ง 4 ของเกมนี้"
"แล้ววิธีอื่นล่ะ?"
"ไม่มีวิธีอื่น หนทางออกไปจากเกมนี้มีหนทางเดียวคือต้องชนะเกมนี้เท่านั้น"
คำพูดของเจ้าบอลแสงที่แสนจะน่ารำคาญนั่นช่างตัดกำลังใจกันดีเสียจริง หรือจะพูดอีกอย่างผมคงจะต้องเล่นเกมที่ไม่รู้ว่าเล่นยังไงนี่เท่านั้นสินะชักเป็นห่วงคนอื่น ๆ ที่เหลือแล้วสิ
"แล้วเพื่อน ๆ ของฉันล่ะ? พวกเขาอยู่ที่ไหนแกรู้ไหม?"
ผมถามเจ้าบอลแสงลูกนั้นด้วยความไม่สบอารมณ์
"อยู่ที่ไหนซักแห่งในโลกแห่งนี้แหละ"
เป็นคำตอบที่ไม่ได้ช่วยอะไรเลยซักกะติ๊ดที่ฉันอยากรู้คือชื่อสถานที่แบบเจาะจง และจะดีมากถ้าแกจะนำทางฉันไปนะเจ้าลูกชิ้นเรืองแสง
"แล้วฉันจะชนะเกมนี้ได้ยังไงกัน? บอกมาซิ"
"กฏของเกมซากุว่า มีง่ายก็คือทำตามเงื่อนไขของด่านแต่ละด่าน ซึ่งแต่ละด่านจะมีเงื่อนไขต่างกันไป ท่านจะใช้วิธีการไหนก็ได้ให้บรรลุจุดประสงค์ของด่าน ถ้าหากทำสำเร็จก็จะผ่านด่าน โดยแต่ละด่านจะมีการสะสมการ์ดและไอเท็มลับเฉพาะ โดยการ์ดที่ได้มาในแต่ละด่านสามารถนำเอาไปใช้งานได้ตามที่บนการ์ดใบนั้น ๆ ระบุไว้สำหรับไอเท็มจะมีคู่มือการใช้แถมมาให้ ส่วนบอสทั้ง4 นั้นจะหลบซ่อนอยู่ในแต่ละด่านซึ่งเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ ไม่แน่ไม่นอน เป็นหน้าที่ของท่านคือจะต้องค้นหาและกำจัดเสีย แต่โปรดระวังอาการบาดเจ็บที่เกิดในเกมนี้คือเรื่องจริง ดังนั้นถ้าท่านพลาดตายขึ้นมาก็แปลว่าท่านตายจริง ๆ นะครับ"
หลังจากฟังคำอธิบายอันยืดยาวของเจ้าบอลแสงทีอยู่ตรงหน้าแล้ว ผมก็พอจะเดาได้แล้วล่ะว่าทำไมผู้คนที่เล่นเกมนี้ถึงได้หายสาบสูญกันไป เมื่อผมรู้แบบนั้นผมมีความห่วงพวกที่หายไปเพิ่มมากขึ้น แต่ผมจะต้องทำยังไงถึงจะตามหาเขาได้ล่ะ? ใครก็ได้บอกผมที
"พร้อมจะเล่นเกมหรือยังท่านผู้กล้า?"
เจ้าบอลแสงที่แสนจะน่ารำคาญถามผมอีกแล้ว ตอนนี้ฉันไม่อยู่ในอารมณ์ที่จะเล่นเกมบ้า ๆ บอ ๆ ของแกนะ!
"ขอถามอะไรอีกอย่างได้ไหม?"
"เชิญครับ"
"ระหว่างการเล่นเกมนี้ฉันจะมีโอกาสจะได้พบเพื่อน ๆ ของฉันระหว่างเกมไหม?"
"มีครับ หากว่าท่านเข้าไปในด่านที่มีคนอื่นเล่นอยู่ก่อนแล้ว และท่านยังสามารถจะสู้หรือร่วมมือกับคนผู้นั้นเพื่อเคลียร์ฉากได้ครับ"
ผมค่อยรู้สึกใจชื้นขึ้นนิดหน่อยที่ได้ยินแบบนั้น แต่ว่าการค้นหาที่ไม่รู้จะเริ่มจากที่ไหนก่อนนี้มันก็ไม่โสภาวันยังค่ำแหละน่า
"ด่านที่ 1 มี 5 ด่านย่อยเพียง 1 ด่านแล้วไปด่าน 2 เลยหรือว่าจะเคลียร์ทั้ง 5 ด่านย่อยก็ได้ ท่านพร้อมหรือยังท่านผู้กล้า"
คำถามที่ซ้ำซากและน่ารำคาญนั่นถูกถามขึ้นอีกแล้ว ดูท่าผมคงไม่มีทางเลือกนอกจากลงเล่นเกมนี้แล้วตามหาฮารุฮิกับคนอื่น ๆ ไปทีละฉากเท่านั้น แล้วดันมีฉากย่อยอีก นี่ผมต้องใช้เวลาค้นหาพวกเขาด้วยเวลานานแค่ไหนกันเนี้ย?
"ตกลงฉันพร้อมแล้ว"
"ถ้าเช่นนั้น เชิญเลือกกล่องปริศนา OBB ไปหนึ่งกล่องเพื่อใช้เป็นอุปกรณ์พื้นฐานครับ"
ช่วงเวลานั้นผมก็ต้องตาค้างเลยทีเดียว เพราะมีกล่องไม้เก่า ๆ สีน้ำเงินจำนวนมากมายมหาศาล พอๆ กับดาวบนท้องฟ้าปรากฏขึ้นรอบกายผม นี่เหมือนผมลอยคออยู่กลางทะเลกล่องเลยนะเนี้ย แต่ผมก็คิดว่าจะกล่องไหนก็คงเหมือนกันก็เลยหลับหูหลับตาหยิบมาเพราะคิดว่าคงเป็นอาวุธที่พอให้รอดตายในเกมนี้ได้บ้างล่ะน่า แต่ผมดันลืมคิดไปว่าถ้าเกมนี้มันง่าย ๆ ทุกคนที่เคยเล่นก็น่าจะมีคนรอดออกไปบ้างแหละ ใช่ผมลืมข้อนี้ ลืมสนิทเลยด้วย
พอหยิบกล่องได้ผมก็ได้พื้นที่รอบ ๆ ที่เดิมทีมืดสนิทแปรเปลี่ยนเป็นสถานที่แห่งหนึ่ง ที่นี่ที่ไหนกันนะ? มอง ๆ ไปโดยรอบก็พบแต่อาคารไม้ชั้นเดียวดูโทรม ๆ หลังเดียวบรรยากาศทีนี่ก็ดูอึมครึมไม่น้อย ยิ่งเป็นเวลาใกล้ค่ำที่ตะวันค่อย ๆ อ่อนแสงลงเรื่อย ๆ จนแทบจะไม่มีแสงแล้วนี่มันยิ่งชวนขนลุกดีชะมัด ผมลองมองให้ถี่ถ้วนเพื่อที่จะวิเคราะห์ว่าที่นี่ที่ไหนกัน
"ด่านนี้ท่านผู้กล้าจะต้อง กำจัดศัตรูที่อยู่ในด่านให้หมด โดยไม่จำกัดเวลา ฉากนี้มีไอเท็มลับซ่อนอยู่ด้วย ขอให้โชคดี"
เสียงของเจ้าบอลแสงกวนประสาทนั่นดังมาจากที่ไหนก็ไม่ทราบมาเข้าหูผมฟังเงื่อนไขแล้วก็เหมือนเกมทั่ว ๆ ไปที่มีวางขายกันตามท้องตลาดที่เราต้องรับบทเป็นตัวเอกของเกมแล้วฟาดฟันกับมอนสเตอร์ หรืออะไรก็ตามเพื่อให้เคลียร์ฉากแต่ว่าจะให้ผมสู้กับใครเหรอ? ที่นี่แม้แต่มดซักตัวก็ยังไม่มีวี่แววเลย ไม่สิแล้วอาวุธที่จะให้ผมเอาไปต่อสู้ล่ะมันอยู่ที่ไหน? อย่าบอกนะว่าผมต้องใช้มือเปล่า อ๊ะ ใช่แล้ว มันต้องอยู่ในกล่องที่ให้เลือกมาแน่ ๆ
ผมเปิดกล่องอย่างไม่รอช้าเลยโดยหวังว่าจะมีอาวุธเจ๋ง ๆ ซักชิ้น 2 ชิ้นในกล่องใบนี้แต่แล้ว ความฝันอันสวยหรูที่ผมวาดไว้เมื่อครู่ก็พังทลายลงไม่เป็นท่า เมื่อพบกับของที่อยู่ในกล่องใบ
"..........."
จะเรียกว่าใบ้รับประทานก็คงไม่ผิดนักถ้าคุณเจอแบบผม เพราะในกล่องนี้มันมีเพียงแค่ กะทะขนาดกลางกับ ตะหลิว แล้วก็ผ้ากันเปื้อนลายสตอเบอร์รี่ นี่แกจะให้ฉันเอาไอ้นี่ไปทำอะไรเนี้ย!!? ให้ไปทอดไข่เหรอ? และในระหว่างที่ผมหยิบไอ้กะทะที่ไม่รู้ว่าจะเอาไปทำพระแสงของ้าวอะไร ขึ้นมาดูผมก็เห็นเงาของใครบางคนเดินเยื้องย่างมาอย่างช้า เข้ามาหาผมเข้ามาใกล้ขนาดทีว่าผมพอมองเห็นรูปร่างของคนที่เดินมาอย่างชัดเจนทีเดียวล่ะ
ใช่แล้วผมเห็นอย่างชัดเจนเพราะถึงจะมืดลงแล้วแต่แสงนวล ๆ ของพระจันทร์ที่มีเพียงครึ่งดวงก็สว่างพอที่จะทำให้ผมมองเห็นคนที่อยู่ตรงหน้าได้ เธอเป็นเด็กผู้หญิงรูปร่างเล็ก ผมสั้นส่วนสีผมของเธอผมไม่แน่ใจนักแต่น่าจะน้ำตาลนะ หน้าตาของเธอก็ดูน่ารักใช้ได้ทีเดียว เข้ากับชุดกระโปรงวันพีชสีขาวที่ประดับด้วยโบว์อันใหญ่สีน้ำเงินที่ส่วนอก พร้อมด้วยหมวกบาเร่สีขาวที่สวมอยู่เสียจริง แต่ว่าแววตาของเธอทำไมมันดูน่ากลัวผิดกับใบหน้าอันน่ารักของเธออย่างสุดขั้ว แถมไอ้ของที่อยู่ในมือขวาเธอนี่มันก็ไม่น่ารักเลยซักกะติ๊ดเดียว แต่ถึงแบบนั้นผมก็พยายามมองโลกในแง่ดีและเดินเข้าไปใกล้เธอ"เอ่อ ขอโทษครับไม่ทราบว่าที่นี่.........."
ผมกะจะถามเธอว่าที่นี่ที่ไหน แต่ว่าผมยังพูดไม่จบประโยคเสียด้วยซ้ำ ไอ้ของในมือขวาของเธอก็ฟาดพุ่งตรงมาที่หัวผมชนิดกะผ่าหัวผมแบบกลางแสกหน้าเลย แต่ไม่รู้ว่าเพราะผมหลบเก่ง หรือเธอจงใจพลาดล่ะทำให้คมมีดปังตออันนั้นเฉี่ยวเส้นผมของผมขาดไปนิดหน่อย แต่ทำไมจู่ ๆ ถึงจะฟันหัวผมล่ะนี่ผมพูดอะไรผิดเหรอ?
"อะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า"
เธอหัวเราะออกมาดังลั่นใบหน้าเธอตอนนี้อย่างกับฆาตกรโรคจิตก็ไม่ปานนี่ผมคงอยู่ตรงนี้ไม่ได้แล้วใช่ไหมเนี้ย? แต่ดูเหมือนว่าเธอจะไม่เปิดโอกาสให้ผมคิดเลย คมมีดของปังตอในมือนั่นฟาดมาที่ผมอีกแล้ว
แคร้ง!!!
เคราะห์ดีที่กะทะในมือผมสามารถทำหน้าที่เป็นโล่ห์ได้ ดูเหมือนว่าผมจะเห็นประโยชน์ของกะทะว่ามีดีอย่างอื่นนอกจากเอาไว้ทอดไข่ ก็คงเป็นตอนนี้แหละ แต่ผมก็รู้สึกได้พลังที่ฟาดเข้ามามันแรงมหาศาลขนาดไหนเล่นเอามือผมทั้งสองสั่นสะท้าน นี่เธอไปเอาแรงโคแรงกระบือที่ผิดกับรูปร่างของเธอแบบนี้มาจากไหน แม่หนูปังตอ
ผมตัดสินใจวิ่งหนีสุดกำลังเพราะขืนอยู่ตรงนี้ต่อไปคงไม่แคล้วว่าผมคงได้ไปเกิดใหม่เป็นแน่แท้ แต่ว่าทำไมเธอถึงมาดักหน้าฉันได้ล่ะเนี้ย!!?
แคว๊ก!!!
เสียงเสื้อของผมที่ขาดออกเพราะคมมีดในมือเธอดังขึ้นภายใต้แสงจันทร์นวล ๆ นั้นถึงผมจะเตรียมตัวหลบไว้ก่อนแล้ว แต่แม้หนูนี่ก็ไวทายาทเสียจริง ๆ ทำเอาผมต้องใช้กะทะ เป็นอาวุธในการต่อกรกับปังตอที่คมกริบ และจังหวะก็เป็นของผมเมื่อผมปัดมีดให้ออกห่างตัวผมได้พร้อมทำให้เกิดช่องว่างบริเวณหน้าท้องของแม่หนูนั่นผมก็รีดสอดเท้ายันใส่ที่ตรงจุดว่างนั้นโดยไวพอเธอล้มผมก็ถือโอกาสใส่เกียร์สุนัขวิ่งหนีทันที ขอโทษนะแม่หนูปังตอ
ผมโกยอ้าวหนีมาคิดว่าน่าจะพ้นแล้วแต่เบื้องหน้ากลับมีเด็กผู้ชายคนหนึ่งในชุดเสื้อเชิ๊ตสีขาว กางสีดำ ถือไม้เบสบอลมาดักรอผมอยู่ คราวนี้ผมคงจะไม่มองโลกในแง่ดีแล้วล่ะ เพราะเขาวิ่งเข้ามาหาผมพร้อมกับหน้าที่ทำอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อผมอย่างงั้นแหละไม้เบสบอลก็เงื้อมาอย่างสุดแขน แล้วผมจะยืนอยู่ทำไมละ? หลบสิ!!
ผมกระโดดหลบมาด้านข้างทำให้เขาฟาดพื้นไปเต็มเปา นี่มันอะไรกันนักกันหนานี่ผมอยู่ในเซอร์วายเวอร์เกมหรือไงกันนะ? แต่ว่าระหว่างที่ผมกำลังหาทางหนีอยู่นั้น ก็มีผู้หญิงผมยาวสีเขียวมัดเป็นหางม้าโผล่ออกมาอีกคน นี่จะรุมกินโต๊ะผมหรือไงเนี้ย!!?
ผู้หญิงผมเขียวในชุดเสื้อยืดสีเหลือง กางเกงยีนสีออกน้ำเงิน ๆ ที่เอวผู้เสื้อแขนยาวสีขาวเอาไว้ ชักปืนออกมาเล็งยิงใส่ผม เฮ้ย!! เฮ้ย!! แบบนี้มันไม่โกงไปหน่อยเหรอ!!?
ปัง!!! ๆๆ ๆ
เสียงปืนที่ดังขึ้นติด ๆ หลายนัดจนกระทั่งเงียบไป ผมเดาได้เลยว่าเธอคงกะรั่วกระหน่ำฝังผมชนิดหมดแม็กชัวร์ ๆ ผมวิ่งหลบพร้อมยกกะทะบัง แม้ไม่คิดว่ามันจะช่วยได้ก็ตาม แต่ดูเหมือนว่าผมจะคิดผิดแหะ กะทะใบนี้กันกระสุนได้แหะ มันทำด้วยอะไรกันนะอยากรู้ขึ้นมาตงิด ๆ แล้วสิ แต่คงไม่ใช่เวลานี้แล้วแน่ ๆ ดูเหมือนผมจะโดนล้อมกรอบซะแล้วไอ้หนุ่มไม้เบสบอล แม่หนูปังตอ แล้วก็แม่สาวปืนไวคนนี้ ทำไงดีล่ะเนี้ย? กะทะใบเดียวจะยื้อชีวิตผมได้นานแค่ไหนกันนะ?
ทั้ง 3 เปิดฉากไล่ถลุงผมอีกครั้ง จนผมต้องวิ่งกลับทางเก่าอย่างไม่คิดชีวิต แต่ทำไมนะแม่หนูปังตอถึงได้ตามผมมาได้ติด ๆ แบบนี้เธอเป็นนักวิ่งทีมชาติหรือไงกัน!?แต่มันแย่กว่านั้นตรงที่เธอปัดกะทะในมือผมหลุดกระเด็นไปเสียแล้วและตัวผมก็ล้มลงอีกด้วย แย่ล่ะฟางเส้นสุดท้ายขาดไปซะแล้ว นี่ผมจะโดนเชือดที่นี่หรือ?................
"จงอย่ายอมแพ้ ถ้าไม่อยากเสียสิ่งที่รักที่สุดไป"
คำพูดนี้ดังก้องขึ้นมาให้หัวผม ใช่มันเป็นคนพูดที่ตัวผมในอนาคตได้พูดทิ้งไว้ ถ้าผมตายที่นี่ก็คงจะไม่มีผมในอนาคตแต่นั่นไม่สำคัญหรอก ผมยังไม่อยากตาย ผมยังไม่ได้ทำในสิ่งที่ผมฝันเลยจะยอมตายง่าย ๆ ที่นี่ได้ไงกัน ยังไงตอนนี้ผมก็รักตัวเองเป็นอันดับหนึ่งล่ะ ดังนั้นผมจะไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ คิดได้แบบนี้ผมก็รีบกำมือข้างขวาให้แน่นพร้อมคิดถึงไอ้ ซาโซบะ อะไรนั่นที่ตัวผมในอนาคตให้มาในทันที
แคร้ง!!!!
เสียงโลหะปะทะกันดังกึกก้อง คมบังตอของแม่หนูชุดขาวนั่นอยู่ห่างใบหน้าผมเพียงไม่กี่เซ็นโดยมีคมดาบในมือของผมมากั้นไว้ให้มันมาโดนผมในขณะที่ผมยังไม่ได้ลุกขึ้นแม่หนูปังตอก็ออกแรงกดหมายให้ปังตอสับหัวผมให้จงได้ เรี่ยวแรงเธอเยอะชะมัด ไปกินช้างมาหรือไงกัน!!?
Stand By
เหมือนเสียงสวรรค์มาโปรดเลย เจ้าแมงป่องสีเงินโผล่พรวดมาจากดินข้าง ๆ หัวผมก็จะกระโดดเข้าไปเสียบตัวเองลงบนช่องว่างของดาบบนมือผมโดยผมไม่ต้องหยิบมันมาใส่เองแสนรู้ดีเหมือนกันแหะ
Henshin
สิ้นเสียงนี้ร่างผมก็เริ่มถูกอะไรบางอย่างห่อหุ้มเอาไว้ ตั้งแต่หัวจรดเท้าในเวลาเพียงพริบตาเดียว พร้อมกับการกระเด็นออกไปของผู้ที่กำลังจะทำร้ายผม ดูเหมือนว่าหลังแปลงร่างเสร็จจะมีแรงผลักเล็ก ๆ ที่อัดกระแทกเธออกไป แต่มันก็เป็นความรู้สึกที่แปลกประหลาดเสียจริงทั้ง ๆ ที่โดนหุ้มทั้งตัวแต่ผมกลับไม่รู้สึกว่าอึดอัดหรือร้อนเลย ถึงดีไซน์ไอ้ชุดนี้จะไม่โดนใจผมเท่าที่ควรก็ตาม แต่อย่างน้อย ๆ ตอนนี้ก็น่าจะดีกว่าใช้กะทะเหล็กเมื่อกี้แหละน่า ผมรีบลุกขึ้นยืนทันที เพราะผมจะโต้กลับบ้างแล้ว
To Be Conitnue
ความรู้ที่ควรมีสำหรับอ่านตอนนี้คือ
Higurashi no Naku Koro ni